พิกัดนั้น..สำคัญไฉน


โดย ยรรยง ตั้งจิตต์กุล

xd

ถ้าพูดถึงคำว่า “พิกัด” ในความเข้าใจของชาวบ้านทั่วๆไป จะหมายถึงแนวเส้นที่กำหนดตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของสถานที่หรือเป้าหมายทางทหาร แต่ถ้าในวงการนำเข้า-ส่งออก จะทราบดีว่า “พิกัด” หมายถึง ระบบจัดหมวดหมู่สินค้าเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีของศุลกากร ซึ่งระบบพิกัดที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันคือ “ระบบพิกัดฮาร์โมไนซ์” (Harmonized System, HS) ซึ่งองค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization, WCO) เป็นผู้กำหนดให้สมาชิกทุกประเทศนำไปใช้ ระบบจะแบ่งสินค้าต่างๆ ออกเป็นประเภทและประเภทย่อย

โดยมีเลขรหัสกำกับประเภทและประเภทย่อย รวม 8 หลัก ตัวอย่างเช่น ของทำด้วยพลาสติก พิกัด 3926.10.90 เป็นต้น หลักการในการจัดแบ่งกลุ่มสินค้าจะเป็นไปตามขั้นตอนการผลิต จากสิ่งมีชีวิต เช่น สัตว์ พืช วัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติไปจนถึงของสำเร็จรูป แบ่งออกเป็น 97 ตอน แต่ละตอน แยกเป็นประเภทพิกัด มีทั้งหมด 5,386 ประเภท นี่ยังไม่นับประเภทย่อย และประเภทย่อยๆ อีกเยอะแยะ

ด้วยเหตุนี้ สินค้าที่มีการซื้อขายกันในการค้าของโลกที่มีการนำเข้าและส่งออกผ่านศุลกากรของทุกประเทศ มีเป็นแสนเป็นล้านชนิด จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์การตีความของระบบ HS มาช่วยหำพิกัดที่เหมาะสมของสินค้านั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น ปากกา แว่นตา เสื้อผ้า กระเป๋า รถยนต์ ฯลฯ ต่างก็มีพิกัดของตัวเองโดยเฉพาะ แต่บางอย่างเรียกชื่อในทางพิกัดเป็นประเภทๆ ของสินค้า แตกต่างไปจากชื่อที่ชาวบ้านทั่วไปเรียก เช่น พิกัดของจาน ชาม โดยตรงจะไม่มี แต่ไปอยู่ในประเภท “เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารทำด้วยเซรามิก” เป็นต้น

ยังมีสินค้าจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาในการจำแนกพิกัด ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านคือไม่รู้จะจัดเข้าพิกัดอะไร เพราะมีลักษณะ คุณสมบัติหรือใช้งานได้หลายอย่าง ทำให้อาจเข้าได้มากกว่าหนึ่งประเภทพิกัด ตัวอย่ำงเช่น เครื่องถ่ายเอกสารสำนักงานที่ท งานหลายอย่าง เช่น พริ้นท์ สแกน ได้ในเครื่องเดียว (Multifunction) โทรศัพท์มือถือแบบ Smart Phone ที่ทำงานได้สารพัดอย่างนอกเหนือจากการใช้โทร.เข้าออก เป็นต้น ทำให้มีปัญหาในการเสียภาษี ถ้าพิกัดที่อาจจะเข้าได้มีหลายพิกัดและมีอัตราภาษีไม่เท่ากัน คนที่น่าจะรู้ดีที่สุดคือ ศุลกากรใช่ไหมครับ หน่วยงานของกรมศุลกากรที่มีหน้าที่เฉลยปัญหาพิกัดก็คือ กองพิกัดอัตราศุลกากร (กพก.) ซึ่งในแต่ละวัน จะมีงานที่มีปัญหาพิกัดส่งมาให้ กพก.ชี้ขาดอยู่เสมอ แต่เจ้าหน้าที่ที่จะไขปัญหาพิกัดแต่ละรายต้องใช้ความรู้ ประสบการณ์ เวลาในการศึกษารายละเอียดตัวสินค้า วัสดุ เอกสารผู้ผลิตผู้ขาย อ่านตำรา คำอธิบายความหมายของพิกัด HS (Explanatory Note) และวิเคราะห์ตามหลักเกณฑ์การตีความตามพรก. พิกัดอัตราศุลกากร กว่าจะชี้ขาดได้ ใช้เวลานานโข อาจเป็นเดือน ท่านคิดดูเอาแล้วกันว่า จะมีเรื่องค้างรอการวินิจฉัยพิกัดมากน้อยแค่ไหน ซึ่งก็น่าเห็นใจเจ้หน้ที่ที่ทำงำนตรงนี้ ต้องมีสมาธิ และความเที่ยงตรง ไม่เอนเอียงไปทางพิกัดที่มีอัตราภาษีสูงกว่า โดยใช้ตรรกะในการทำงานอย่างมีเหตุมีผลรองรับ มันไม่ง่ายเลยนะครับ

นอกจากพิกัดจะมีความสำคัญต่อการจำแนกประเภทสินค้าเพื่อเสียภาษีแล้ว ปัจจุบัน พิกัดได้เข้ามามีบทบาทในการแยกประเภทสินค้าที่ต้องการใช้ลดหรือยกเว้นภาษีตามความตกลงเขตการค้าเสรีหรือ FTA ต่างๆ อีกด้วย ซึ่งทำให้มีปัญหาในการใช้ฟอร์ม พิกัดสองประเทศไม่ตรงกันอยู่เสมอ ถ้าเข้าพิกัดหนึ่งอาจได้ลดจาก 10 เหลือ 5 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเข้าอีกพิกัดหนึ่ง ได้ยกเว้นอากร หรือ เสีย 0 เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ทำให้เจ้าของสินค้ำที่อยากให้ต้นทุนของตนต่ำที่สุด เลือกใช้พิกัดที่ให้คุณกับตนมากกว่า แม้ว่าจะเป็นวิธีคิดที่ไม่ผิดในเชิงการค้ำ แต่ไม่ถูกต้องในมุมมองของศุลกากร เพราะสินค้าแต่ละตัวจะมีพิกัดที่ถูกต้องหรือตรงกับลักษณะ คุณสมบัติการใช้งานมากที่สุดเพียงพิกัดเดียวเท่านั้น จึงไม่สามารถเลือกพิกัดเอาตามใจชอบได้

ผู้ที่ใช้บริการชิปปิ้งบางรายจึงมักจะขอให้ชิปปิ้งช่วยหาพิกัดที่เสียภาษีถูกให้ ซึ่งชิปปิ้งอาจทำให้ได้แต่อาจจะไม่ถูกต้อง และไม่ยั่งยืนเพราะเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบของศุลกากรและถูกเรียกภาษีที่ขาดย้อนหลัง บวกด้วยเงินเพิ่มที่คิดอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือปีละ 12 เปอร์เซ็นต์นับจากวันที่นำเข้าอีกด้วย..ใช่ครับ..แพงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้แบงค์เสียอีก ด้วยเหตุนี้ หลายคนที่มีประสบการณ์เรื่องนี้อย่างเจ็บปวดมาแล้ว จึงเลือกที่จะยอมเสียภาษีในพิกัดที่มีอัตราสูงไว้ก่อน เพราะไม่อยากเสี่ยง ทั้งๆ ที่อาจจะไม่ค่อยถูกต้องนักก็ตาม

ขณะนี้ระบบ National Single Window ของกรมศุลกากร ซึ่งตรวจสอบใบอนุญาต/ใบรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์ของสินค้าควบคุมการนำเข้า-ส่งออกกับใบขนสินค้าในระบบพิธีการศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์และร่วมกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต/ใบรับรอง จำนวน 36 หน่วยงาน เช่น กรมโรงงาน กรมประมง กรมปศุสัตว์ อย. กรมการค้าต่างประเทศ ฯลฯ ในการตรวจสอบสินค้า โดยใช้ชื่อสินค้าและพิกัดเป็นตัวกำหนด หากไม่ได้ขออนุญาตหรือจดแจ้งก่อนนำเข้า ใบขนจะผ่านพิธีการไม่ได้ นอกจากนี้ การคืนอากรวัตถุดิบนำเข้าตามมาตรา 29 ต้องระบุพิกัดของวัตถุดิบให้ถูกต้องด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การใช้สิทธิพิเศษทางศุลกากรตามความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ซึ่งช่วยลดภาระภาษีนำเข้าของผู้ประกอบการที่ทุกวันนี้มีปริมาณมากถึงกว่า 70% ของการนำเข้าทั้งหมด ต้องระบุพิกัดที่ถูกต้องของสินค้าแต่ละรายการในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วย จึงเพิ่มความสำคัญให้กับพิกัด..พระเอกของเราในเรื่องนี้ มากยิ่งขึ้นไปอีก

แม้ว่า กรมศุลกำกรจะมีบริการสอบถามพิกัดล่วงหน้า โดยคิดค่าธรรมเนียมครั้งละ 2,000 บาทต่อ 1 สินค้า แต่หลายคนที่เคยลองใช้แล้วบอกว่าไม่เวิร์คเพราะเรียกเอกสารเยอะและใช้เวลานานเกินกว่า 30 วัน ที่กรมฯ กำหนด รอไม่ไหวก็เลยสั่งมาเลย วัดดวงไปเลยดีกว่านั่งดูคนอื่นขาย อย่างที่ผมบอกตอนต้นว่า เจ้าหน้าที่พิกัดเองก็ระมัดระวังในการชี้พิกัดเพราะบริการอันนี้ผูกพันกับกรมศุลกากรด้วย อย่างน้อยๆ ก็ 1 ปี และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานนี้ก็เป็นชุดเดียวกับที่ทำงานชี้ปัญหาพิกัดที่นายตรวจตามท่าและด่านต่างๆ จับส่งมาให้รายวัน ลำพังกำลังงคนก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว แถมผู้เชี่ยวชาญพิกัดรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์สูงก็เกษียณกันไปทีละหลายๆ คน จนถึงตอนนี้ เหลืออยู่เพียงไม่กี่คน เจ้าหน้าที่พิกัดรุ่นใหม่ๆ ต้องกนรเวลาเพื่อสะสมประสบการณ์ อาจต้องมีสิบหน้าและสิบมืออย่างทศกัณฐ์..ถึงจะทำไหวครับ !!

ที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ เพื่อให้ท่านเห็นความสำคัญของ “พิกัด” ซึ่งอำจจะเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายสำหรับธุรกิจนำเข้า-ส่งออกได้เพราะทำให้ท่านลดต้นทุนก็ได้ หรือเพิ่มต้นทุนก็ได้ หรืออาจทำให้ท่านตกอยู่ในฐานะ “สำแดง (พิกัด) เท็จเป็นเหตุให้อากรขาด” กลายเป็นความผิดฐานหลีกเลี่ยงอากรตามกฎหมายศุลกากรโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะครับ

.......................................

ผู้เขียน – เป็นอดีตนายกสมาคมชิปปิ้งแห่งประเทศไทย 8 สมัย เป็นสมาคมของผู้ประกอบอาชีพตัวแทนออกของ (หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “ชิปปิ้ง”) ที่ใหญ่ที่สุด ก่อตั้งมายาวนานกว่า 70 ปี สมาชิกส่วนใหญ่เป็นบริษัทตัวแทนออกของ ขนส่งและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ทั้งในกรุงเทพและทั่วทุกภาคของประเทศ กว่า 1,500 บริษัท และเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนสมาคมชิปปิ้งแห่งประเทศไทย ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของกรมศุลกากร และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เช่น การท่าเรือแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตรองประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย (TLSP) ด้วย